ข่าวเด่นการแพทย์ฉุกเฉิน
“หมอประเวศ” ร่วมปาฐกถาในเวทีประชุมวิชาการภาคประชาชนครั้งที่ 2 ภายใต้หัวข้อ “ยุทธศาสตร์ตำบลปลอดภัย หัวใจการแพทย์ฉุกเฉิน” แนะใช้ 8,000 ตำบลในประเทศไทยเป็นพื้นฐานพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ระบุประเทศไทยไม่สามารถแก้ปัญหาประเทศไทยได้จากส่วนกลางเหตุจากอำนาจ การใช้กฎหมาย เรื่องเงินมายาคติและความฉ้อฉล

 

“หมอประเวศ” ร่วมปาฐกถาในเวทีประชุมวิชาการภาคประชาชนครั้งที่ 2 ภายใต้หัวข้อ “ยุทธศาสตร์ตำบลปลอดภัย หัวใจการแพทย์ฉุกเฉิน” แนะใช้ 8,000 ตำบลในประเทศไทยเป็นพื้นฐานพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ระบุประเทศไทยไม่สามารถแก้ปัญหาประเทศไทยได้จากส่วนกลางเหตุจากอำนาจ การใช้กฎหมาย เรื่องเงินมายาคติและความฉ้อฉล พร้อมยกเคสช่วยหมูป่าเป็นโมเดลเสริมพลังท้องถิ่นฐานรากให้เข้มแข็งเพื่อการดูแลตนได้อย่างยั่งยืน ขณะที่รองเลขาสพฉ.ขานรับ พร้อมเปิดข้อมูล 4 โรคหลัก มะเร็ง หัวใจขาดเลือด หลอดเลือดสมองเฉียบพลัน และอุบัติเหตุบนท้องถนนทำคนไทยเสียชีวิตเยอะมากที่สุด เร่งอุดช่องโหว่เพื่อมาตรฐานในการช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉิน

ที่โรงแรมเบสท์เวสเทิร์นพลัสแวนด้าแกรนด์ ถนนแจ้งวัฒนะ จังหวัดนนทบุรี สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และองค์กรภาคีเครือข่ายฃจัดเวทีประชุมวิชาการภาคประชาชนครั้งที่ 2 ภายใต้หัวข้อ “ยุทธศาสตร์ตำบลปลอดภัย หัวใจการแพทย์ฉุกเฉิน” โดยมีหน่วยงานภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคมเข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้กว่า 250 คน ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประเวศ วะสี ได้เข้าร่วมเป็นประธานการจัดงานพร้อมทั้งกล่าวปาฐกถาในหัว “ตำบลปลอดภัย” อีกด้วย

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประเวศ กล่าวว่า ความไม่ปลอดภัยในประเทศไทยมีมากและมีมานานโดยเฉพาะอุบัติเหตุทางท้องถนนก็ทำให้คนบาดเจ็บ100,000 คนในทุกปี ซึ่งอุบัติเหตุทางท้องถนนทำให้เด็กเสียชีวิตในจำนวนที่เยอะมาก โดยประเทศอเมริกาที่เป็นประเทศที่ใหญ่มากๆ สถิติของเด็กเสียชีวิตจากอุบัติของประเทศเขาบนท้องถนนมีเพียงปีละ 11 คนแต่ของประเทศไทยเรามีเด็กเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นร้อยๆ คน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียใจกับเด็กๆจำนวนมากที่ต้องมาเสียชีวิต นอกจากนี้ยังมีการเสียชีวิตของเด็กๆ จากการจมน้ำอีกเป็นจำนวนมาก และประเทศเรายังมีการเสียชีวิตของคนไทยจากสาเหตุอื่นอีกมากไม่ว่าจะเป็นการปล้นจี้ ฆ่า ข่มขืน ซึ่งการแก้ปัญหาต่างๆเหล่านี้จากส่วนกลางไม่สามารถแก้ได้เพราะอยู่ไกล ซึ่งประเทศไทยเราเป็นประเทศที่รวมอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง
 
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประเวศกล่าวว่า แต่เราจะเห็นว่ากรณีของการช่วยเหลือเด็กๆทีมหมูป่าที่ติดถ้ำจนสำเร็จได้นั้นไม่ได้เกิดส่วนกลางแต่เกิดจากการจัดการของคนในพื้นที่เพราะคนในพื้นที่เป็นคนที่เผชิญกับสถานการณ์จริง และเหตุการณ์การช่วยเหลือเด็กๆ ทีมหมูป่าติดถ้ำแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าคนไทยเป็นคนดี ทุกคนมีน้ำใจอยากช่วยเหลือและพร้อมสละประโยชน์ส่วนตนและก้าวข้ามการแบ่งแยกทุกชนิดซึ่งคนไทยเป็นคนดีเป็นคนมีน้ำใจแต่มีมายาคติที่ทำให้รู้สึกว่าคนไทยเป็นคนไม่ดี เนื้อแท้ของคนไทยพอเหตุการณ์เฉพาะหน้าเกิดขึ้นการเป็นคนดีจึงออกมาเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ถ้าเราใช้ตรงนี้ช่วยกันพัฒนาประเทศไทยของเราในทุกหมู่บ้านทุกตำบล ทำจากข้างล่างเราจะช่วยกันสร้างประเทศไทยที่ปลอดภัยและจะเป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลกคนไทยต้องร่วมมือกันดังนั้นจุดยุทธศาสตร์ที่จะทำให้ความปลอดภัยเกิดขึ้นนั้นจึงอยู่ที่ตำบล เพราะตำบลในประเทศไทยมีกว่า 8,000 ตำบลและในแต่ละตำบลก็มีอยู่ประมาณ 10 หมู่บ้าน
 
 
      
 
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประเวศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตรงตำบลนั้นเป็นจุดยุทธศาสตร์เพราะมีองค์กรของรัฐที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุดคือ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และเทศบาล และเป็นสถานที่ที่คนจะรวมตัวกันได้ ดังนั้นยุทธศาสตร์ตำบลปลอดภัยนั้น อบต. หมออนามัย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ผู้นำชุมชนซึ่งสามารถรวมตัวกันแล้ววางเป้าหมายการทำงานของแต่ละตำบลให้ชัดเจนได้ว่าจะไม่มีการจี้ ฆ่า ปล้น ข่มขืน จะไม่มีเด็กจมน้ำตาย และจะไม่มีอุบัติภัยทางถนนและถ้ามีปัญหาฉุกเฉินในเรื่องของการแพทย์เราก็จะต้องมีอาสาสมัครที่ฝึกไว้ที่จะต้องช่วยชีวิตคนได้ เช่นกรณีของโรคหลอดเลือดสมองถ้าเราสามารถช่วยชีวิตได้เร็วก็สามารถรอดได้ ถ้าเรารวมตัวกันทำแบบนี้แล้วองค์กรอื่นก็ช่วยกันหนุนให้แต่ละตำบลให้เกิดความเข้มแข็งและปลอดภัยได้จริง เราก็จะเสนอให้มีสถาบันรับรองคุณภาพตำบลด้วย ซึ่งหากตำบลปลอดภัยจริงเราก็ประกาศรับรอง คิดว่ายุทธศาสตร์ตรงนี้เราน่าจะทำได้ถ้าเข้าใจและช่วยกัน
 
“อย่างที่ว่าให้บทบาทกับคนในพื้นที่คนข้างล่างคนที่สร้างพระเจดีย์จากฐาน ประเทศไทยต้องสร้างพระเจดีย์จากฐานสร้างจากยอดไม่ได้มันยากเพราะข้างบนมีทั้งเรื่องอำนาจเรื่องกฏหมายเรื่องเงิน มายาคติเรื่องความฉ้อฉล แต่ข้างล่างมันเป็นการอยู่ร่วมกันเราต้องให้ความสำคัญกับข้างล่างและให้กำลังใจกับคนข้างล่าง คนข้างล่างต้องเป็นคนมีเกียรติ ถ้าคนส่วนใหญ่ไม่มีเกียรติประเทศก็จะไม่แข็งแรง ซึ่งระบบการศึกษาในประเทศเราทำให้คนส่วนน้อยมีเกียรติและทำให้คนส่วนใหญ่ไม่มีเกียรติเพราะไปให้ความสำคัญกับความรู้ในตำราที่คนทุกคนมีความรู้ในตัวจากประสบการณ์ชีวิต เราต้องเคารพความรู้ในตัวคนเราต้องให้เกียรติคนเหล่าเล็กคนน้อยประเทศเราถึงจะเกิดพลังแผ่นดินในการขับเคลื่อนต่อ” ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประเวศกล่าว
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประเวศกล่าวยังได้กล่าวถึงระบบการแพทย์ฉุกเฉินกับการหนุนเสริมในส่วนของตำบลปลอดภัยว่า เรื่องการแพทย์ฉุกเฉินนั้นเป็นเรื่องความเป็นความตายของคนที่เราต้องช่วยให้เร็วเพราะถ้าช้ามันจะไม่ทันการณ์ ซึ่งความเป็นความตายนั้นมันสื่อสารได้ง่ายเพราะคนเห็นภาพ ที่จริงปัญหานั้นมากกว่าเรื่องหมูป่าเยอะ เหมือนคนไทยทั้งประเทศติดอยู่ในถ้ำแต่คนไม่รู้ ทีนี้เราก็อาศัยเรื่องการแพทย์ฉุกเฉินเป็นตัวนำไปสู่เรื่องอื่นทำให้องค์กรต่างๆ เข้ามาสนใจได้ง่ายและจะเป็นเครื่องมือที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่ดีขึ้นได้ เราต้องมาช่วยกันขับเคลื่อนเรื่องสุขภาพองค์กรวมร่วมกันทุกคนต้องมาช่วยกันและต้องเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนร่วมกัน
 

ด้านนพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติระบุว่า การประชุมการแพทย์ฉุกเฉินเครือข่ายภาคประชาชนระดับชาติ ครั้งนี้เป็นความร่วมมือของเครือข่ายภาคประชาชน ตำบลปลอดภัยเป็นมิติของพื้นที่ แต่เป็นยุทธศาสตร์ของการขับเคลื่อนเรื่องการแพทย์ฉุกเฉินเพื่อที่จะให้ลดการเกิดภาวะเจ็บป่วยฉุกเฉินของคนไทย ซึ่งภาวะฉุกเฉินของคนไทยนั้นเป็นสาเหตุหลักที่จะทำให้ประชาชนเสียชีวิต และพิการที่เกิดมากขึ้นในแต่ละปี โดยปีพ.ศ. 2560 ที่ผ่านมาคนไทยเสียชีวิตมากถึง 460,000 ราย ซึ่งสาเหตุของการเสียชีวิตส่วนใหญ่มาจากภาวะเจ็บป่วยฉุกเฉินจากสี่โรคหลัก คือ โรคมะเร็ง โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน และอุบัติเหตุบนท้องถนนซึ่งคิดเป็นร้อยละ 15-20 เปอร์เซ็นต์จากจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด นอกจากนี้แล้วเรายังมีผู้พิการเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี ปีละประมาณ 1 แสนคนด้วย ซึ่งในจำนวนผู้พิการที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นผู้พิการแต่กำเนิดน้อยมากแต่เป็นผู้พิการที่เกิดจากอุบัติบนท้องถนนและโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันที่ทำให้เป็นอัมพฤกษ์อัมพาตในจำนวนที่มากจนน่าตกใจหากว่าเราสามารถทำให้ประชาชนเข้าถึงการป้องกันการเกิดภาวะฉุกเฉิน สามารถร่วมมือร่วมใจกันตั้งแต่ระดับประชาชนภาครัฐภาคเอกชนหนุนเสริมกันสร้างความปลอดภัยทั้งวัด โรงเรียน โรงงาน เส้นทาง เทศกาล หรือการจัดประชุมทั้งหลายถ้าหากสิ่งต่างๆเหล่านี้มีความปลอดภัยเราจะลดการเสียชีวิตและการพิการของประชาชนได้ ในขณะเดียวกันเมื่อเกิดภาวะฉุกเฉินขึ้นทำอย่างไรประชาชนถึงจะมีความรู้ที่จะทำให้สามารถปฐมพยาบาลได้ กู้ชีพเบื้องต้นได้ สามารถใช้เครื่อง AED ได้และสามารถแจ้งเหตุฉุกเฉินเป็น ซึ่งระหว่างที่รอรถพยาบาลมานั้นถ้าประชนมีความรู้ก็จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุลงได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการจัดประชุมในครั้งนี้ยังได้ตัวแทนจากหลากหลายหน่วยงานได้ร่วมกันวางยุทธศาสตร์เพื่อสร้างตำบลที่ปลอดภัยเพื่อความปลอดภัยในชีวิตของทุกคนร่วมกัน รวมถึงยังมีกิจกรรมและเวทีเสวนาวิชาการ และการจัดแสดงผลงานของต้นแบบตำบลปลอดภัยหลากหลายพื้นที่ร่วมด้วย

/////////////////////////////////////////

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เจ็บป่วยฉุกเฉิน โทร 1669

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สุดารัตน์ นิราพาธ 089-019-1669

 

สัญลักษณ์นี้จดลิขสิทธิ์ โดย สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ปี พ.ศ.2553

[Login]

  สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)
เนื้อหาและรูปที่ปรากฎในเว็บไซต์ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
เพื่อสื่อสาร ส่งเสริมและสนับสุนนการพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉิน
สามารถติดต่อขอข้อมูลได้ที่ pr@niems.go.th โทรศัพท์ : 0-2872-1600

จำนวนผู้เข้าชมสะสม
000000000000
จำนวนผู้เข้าชมวันนี้
000000000001