เข้าสู่ระบบ  ขนาดตัวอักษร  ก   ก   ก  | แสดงผล  C   C   C  | EN TH | Translate

สพฉ. นำเสนอผลงานวิจัยด้านการแพทย์ฉุกเฉินประจำปี 2554 หวังตอบโจทย์การพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ป้องกันการเจ็บป่วยฉุกเฉินให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด

สพฉ. นำเสนอผลงานวิจัยด้านการแพทย์ฉุกเฉินประจำปี 2554  หวังตอบโจทย์การพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ป้องกันการเจ็บป่วยฉุกเฉินให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด

เมื่อวันที่ 14 ก.ย.2554 ที่โรงแรมริชมอนด์ จ.นนทบุรี สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) จัดประชุมนำเสนอผลงานวิจัยด้านการแพทย์ฉุกเฉินประจำปี 2554 และระดมความร่วมมือพัฒนาโครงการวิจัยปี 2555   

 

 

 

นพ.ชาตรี เจริญชีวะกุล เลขาธิการสพฉ. กล่าวว่า สำหรับผลงานวิจัยด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ที่ สพฉ. ให้ทุนสนับสนุนประจำปี 2554 ที่คัดเลือกมานำเสนอทั้ง 3 เรื่องนี้ ถือเป็นประโยชน์และใกล้ตัวประชาชนเป็นอย่างมาก รวมทั้งเป็นการศึกษา วิเคราะห์ เกี่ยวกับระบบการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อหารูปแบบและแนวทางพัฒนาที่เหมาะสมต่อไป โดยงานวิจัยเรื่องเรื่องที่ 1.การประเมินปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จในการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิดเอสทียกสูง (STEMI) เพื่อพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน งานวิจัยศึกษาพบว่าปัจจัยที่ช่วยให้ผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันเข้าถึงการรักษาได้ในเวลาอันรวดเร็ว ประกอบด้วย ปัจจัยทั้งฝ่ายผู้ป่วยและฝ่ายระบบการแพทย์ฉุกเฉิน คือหากญาติหรือผู้พบเห็นโทรแจ้ง 1669 รวดเร็วเพียงใด จะส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับการช่วยเหลือเบื้องต้นตั้งแต่ที่จุดเกิดเหตุ เร็วเท่านั้น และเมื่อมาถึงโรงพยาบาลเร็ว จะได้รับการรักษาเพื่อฟื้นการไหลเวียนของกล้ามเนื้อหัวใจได้ทันเวลา ซึ่งจะลดการสูญเสียกล้ามเนื้อหัวใจและชีวิตได้มากขึ้น รวมทั้งการพัฒนาระบบ FAST TRACK ที่เป็นเครือข่ายศูนย์ตติยภูมิโรคหัวใจกว่า 61 แห่งทั่วประเทศ ส่งผลให้ผู้ป่วยและญาติจำหมายเลข 1669 ได้เพิ่มขึ้นร้อยละ28.4

 2. รูปแบบการมีส่วนร่วมของผู้ปฎิบัติการฉุกเฉินและชุมชน ในการสร้างความรู้และความตระหนักให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยว อาการเตือน และการรักษารีบด่วนของโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน ซึ่งโรคดังกล่าวถือเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับหนึ่งในผู้หญิง และเป็นอันดับสามในผู้ชาย หรือมีผู้ป่วยอย่างน้อย 1 คน ในทุกๆ 4 นาที ซึ่งการรักษาที่ถูกวิธีคือการให้ยาละลายลิ่มเลือดชนิดฉีดผ่านทางหลอดเลือดดำภายใน 3 ชั่วโมง แต่ในปัจจุบันยังมีปัญหาการเข้าถึงบริการการรักษาอย่างเร่งด่วน เนื่องจากการให้ยานี้ไม่สามารถให้ได้ในทุกโรงพยาบาล และถึงโรงพยาบาลช้ากว่ากำหนด ดังนั้นจากการศึกษาทางออกที่ดีเยี่ยม คือการให้แกนนำชุมชนทุกภาคส่วน เข้ามามีส่วนร่วมในการแพร่กระจายความรู้  ซึ่งส่งผลให้ประชาชนเข้าถึงการบริการที่ถูกต้องและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และกลายเป็นความรู้ที่ยั่งยืนในสังคม

และ 3.การบูรณาการระบบการแพทย์ฉุกเฉินพื้นที่ความรุนแรง พื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ จากฐานข้อมูลเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนใต้ของวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์พระมงกุฎเกล้าตั้งแต่ปี 2547-2554 พบว่ามีเหตุการณ์ทั้งสิ้น 10,640 เหตุการณ์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8,232 คน และเสียชีวิต 4,338 คน  ซึ่งจากการศึกษาพบว่าอัตราป่วยตายโดยรวมของผู้ได้รับบาดเจ็บสูงถึงร้อยละ 34.5 หรือ 1 ใน 3 ของผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด ดังนั้นงานวิจัยชิ้นนี้จึงมุ่งศึกษาหาแบบจำลองของการปรสานงานการช่วยเหลือและนำส่งผู้บาดเจ็บจากสถานการณ์ความรุนแรงที่น่าจะได้รับการพัฒนาขึ้นมาใช้เฉพาะในพื้นที่พิเศษ เพราะบางครั้งเหตุการณ์ความรุนแรงกลายเป็นอุปสรรคต่อการให้ความช่วยเหลือ โดยต้องพัฒนาระบบการประสานงาน  และศักยภาพของการให้ความช่วยเหลือ  โดยเฉพาะการพัฒนาให้ความสำคัญกับผู้ปฏิบัติการฉุกเฉิบเบื้องต้น (First Responder) อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งมีการจัดระบบการดูแลผู้บาดเจ็บสำหรับทหารเพื่อช่วยเหลือกำลังพลเมื่อเกิดเหตุการณ์

เลขาธิการ สพฉ.  กล่าวต่อว่า ประเด็นวิจัยด้านการแพทย์ฉุกเฉินทั้งหมดถือว่าตอบโจทย์การพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินตามยุทธศาสตร์ และเน้นการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินทั้งในภาวะปกติและภัยพิบัติ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่ได้มาตรฐานและมีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม เพื่อป้องกันให้เกิดการเจ็บป่วยฉุกเฉินน้อยที่สุด และการจัดการให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการปฏิบัติการฉุกเฉินที่ได้มาตรฐานจนพ้นภาวะฉุกเฉินอย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ สพฉ. ได้จัดประกวดผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับระบบสารสนเทศการแพทย์ฉุกเฉิน (ITEMS) โดยทีมที่ชนะเลิศ คือ ทีมจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี เรื่อง Development operation model of EMS Ubonratchathani Dispatchh Center & System office with ITEMS  และรองชนะเลิศ คือทีมจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม เรื่อง ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์การแพทยฉุกเฉินนครพนม  ซึ่งเป็นการพัฒนาเพื่อสนันสนุนการทำงานในศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ การบริหารจัดการข้อมูล และพัฒนาคุณภาพการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉิน

สัญลักษณ์นี้จดลิขสิทธิ์โดย สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ปี พ.ศ.2553
เนื้อหาและรูปที่ปรากฏในเว็บไซต์ของสถาบันฯ เพื่อสื่อสาร ส่งเสริม และสนับสนุน การพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน
Copyright © NIEM - สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ( สพฉ.) 2019

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ)

โทรศัพท์ 0-2872-1600 โทรสาร 028721604 Email : saraban@niems.go.th
88/40 หมู่ที่ 4 อาคารเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 84 พรรษา
สาธารณสุขซอย 6 ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
saraban@niems.go.th 0-2872-1600 niem1669 1669NIEM NIEMS_1669 @niem1669
ปริมาณการเข้าชม วันนี้ 7 ทั้งหมด 462